อุทยานแห่งชาติ ภูผาเทิบ (Comming Soon)

0
227

อุทยานแห่งชาติภูผาเทิบ ตั้งอยู่ที่ ต.นาสีนวน อ. เมืองมุกดาหาร จ. มุกดาหาร เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 59 ของประเทศไทย มีเนื้อที่ 48.5 ตารางกิโลเมตร หรือ 30,312.5 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่อำเภอเมืองมุกดาหารและอำเภอดอนตาล มีสภาพป่าที่สมบูรณ์ มีป่าเต็งรังบริเวณลานหินหรือภูเขาหิน และในฤดูฝนต่อฤดูหนาวจะเต็มไปด้วยไม้ดอกงดงามนานาชนิด ป่าเบญจพรรณบริเวณหุบเขา มีปรากฏการณ์และธรรมชาติที่สวยงาม หินมีลักษณะหรือรูปทรงแปลกๆ ถ้ำที่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ น้ำตกและน้ำซับตลอดปี ตลอดจนมีสัตว์ป่านานาชนิด

ลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาหินทรายประกอบด้วยเทือกเขาน้อยใหญ่หลายลูกติดต่อกันแบบลูกคลื่นและเป็นส่วนปลายสุดของเทือกเขาภูพาน เทือกเขาเหล่านี้วางตัวในลักษณะแนวเหนือ-ใต้ขนานและห่างจากชายฝั่งแม่น้ำโขงประมาณ 4 กิโลเมตร ภายในอุทยานภูผาเทิบประกอบด้วยภูหมากยาง ภูมโน ภูโปร่ง ภูรัง ภูจอมนาง ภูหมากมี่ ภูผาเทิบ ภูนางหงส์ ภูถ้ำพระ ภูหลักเส และยอดเขาสูงสุดคือ ยอดภูจอมศรี มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 170-420 เมตร สภาพป่าส่วนใหญ่เป็นป่าไม้เต็งรัง และป่าเบญจพรรณ และยังเป็นแหล่งกำเนิดของลำห้วยหลายสาย เช่น ห้วยตาเหลือก ห้วยสิงห์ ห้วยเรือ ห้วยมะเล ห้วยช้างชน เป็นต้น แถบบริเวณเชิงเขาเป็นป่าไผ่ขึ้นสลับเป็นแนว หลายบริเวณเป็นหน้าผาสูง และลานหินกว้าง มีหินรูปร่างแปลก ๆ มากมาย สถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจของอุทยานแห่งชาติภูผาเทิบ ได้แก่

สิ่งที่น่าสนใจภายในอุทยาน

  • ลานมุจลินท์ เป็นลานหินเรียบทอดยาวกว้างไกลต่อจากกลุ่มหินเทิบ โดยมีป่าเต็งรังแคระล้อมรอบให้ความงดงามกลมกลืนกับธรรมชาติอีกรูปแบบหนึ่ง มีพันธุ์ไม้พุ่มจำพวกข่อยหิน นางฟ้าจำแลง อ้นเหลืองและกระโดนดาน เป็นส่วนประกอบจุดเด่นของที่นี้ที่ไม่ควรมองข้ามคือกลุ่มดอกหญ้าของสังคมพืชขนาดเล็ก เช่น สร้อยสุวรรณา หยาดน้ำค้าง หนาวเดือนห้า ดาวรวมดวงและดุสิตา ซึ่งจะออกดอกบานสะพรั่งหลากสีคละเคล้ากัน เช่น สีม่วง สีขาว สีทอง โดยจะออกดอกในช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคม ของทุกปี รอบๆกลางลานแห่งนี้ี้ยังมีไม้เต็งรังขึ้นอยู่มากมายและจะผลิดอกในเดือน ธันวาคม ถึงมากราคา ของทุกปี จะมีกลิ่นหอมทั่วลานและป่าเขาไปทั่วทั้งบริเวณและสามารถมองเห็นทัศนียภาพแม่น้ำโขง – สาธารณะประชาธิปไตยประชาชนลาวได้ด้วย
  • กลุ่มหินเทิบ  การเกิดกลุ่มหินเทิบจากอดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นที่มาของประติมากรรม ธรรมชาติเหล่านี้ล้วนเกิดจากการกัดเซาะของฝน น้ำ ลมและแสงแดด ผ่านกาลเวลามาถึง 120-95 ล้านปีทำให้กลุ่มหินเหล่านี้มีสภาพแตกต่างกันตั้งวางอยู่บนลานหินอันกว้างไกล สุดลูกตาและมีป่าไม้นานาพันธุ์ขึ้นไปตามรอบๆบริเวณลานหินเหล่านี้ช่วงหน้าฝนก็จะมีวัชพืชขึ้นอยู่เป็นหย่อมๆ ใหญ่บ้างเล็กบ้าง ช่วงปลายฝน ต้นฤดูหนาวนั้น จะมีวัชพืชผลิดอกบานสะพรั่ง หลากหลายสี สวยงาม อย่างยิ่งเรียงกลุ่มก้อนหินเหล่านี้เรียงซ้อน ซ้อนทับกันเป็นกลุ่มก้อนวิจิตรพิศดาร สวยงามแปลกตาดุจดังประติมากรรมของนักจิตกรชั้นเอกมาจัดตั้งไว้ สร้างความประหลาดใจและประทับใจ ให้กับผู้ที่มาเยือนเป็นอย่างยิ่งแต่ล่ะกลุ่มก้อนมีลักษณะ แตกต่างกันออกไปไม่ซ้ำแบบกัน บางก้อน บางกลุ่ม ก็คล้ายเจดีย์ของจอมยุทธจากเมืองจีน บ้างก็เหมือน เห็ด,วัวกระทิง บ้างก็เหมือนคน,เต่า และสัตว์ต่างๆนานาแล้วแต่จินตนาการของแต่ละคนที่ไปเยี่ยมเยียน กลุ่มหิินประติมากรรมชั้นเอกของธรรมชาติ เหล่านี้ มีความคงทนของชั้นหินที่แตกต่างกันก็เนื่องจากการประสานของเนื้อทรายแตกต่างกัน หินทรายชั้นบนที่คงทนมีสีเนื้อหินเป็นสีน้ำตาล มีส่วนประกอบที่เป็นซิลิกาและเม็ดกรวดมาก ส่วนหินทรายชั้นต่ำลงมาที่ไม่คงทนมีสีของเนื้อหินเป็นสีขาวจะมีส่วนผสมของคาร์บอเนตมาก
  • ถ้ำลอด เป็นถ้ำเล็กๆ ที่สามารถลอดลงมาจากหน้าผา เพื่อที่จะเดินต่อไปที่ภูนางหงษ์และภูหลักเส ระหว่างทางจากถ้ำลอดขึ้นไปภูหลักเส เป็นบริเวณที่ชาวบ้านได้ขุดพบเศษถ้วยชามและของโบราณ
  • ผามะนาว จากภูถ้ำพระเดินต่อไปอีกประมาณ 700 เมตร จะพบหน้าผาสูงชัน มีน้ำตกไหลลงสู่เบื้องล่าง ผามะนาวเป็นหน้าผาเรียบสูงชันมีน้ำตกไหลจากบนหน้าผาลงสู่เบื้องล่างหล่อเลี้ยงทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าให้อุดมสมบูรณ์ ด้านบนหน้าผาสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของกลุ่มหินเทิบและแม่น้ำโขงได้กว้างไกล ด้านล่างของหน้าผาจะพบความสวยงามของน้ำตก ป่าไม้และสัตว์ป่า สำหรับที่มาของชื่อผามะนาว เนื่องจากพื้นที่บริเวณนี้มีต้นมะนาวป่าขึ้นเป็นจำนวนมาก
  • ผาอูฐ จากกลุ่มหินเทิบเดินไปอีกประมาณ 500 เมตร จะพบหน้าผาที่มีหินรูปร่างคล้ายอูฐเป็นสัญลักษณ์ ที่นี่นับเป็นจุดชมทิวทัศน์ที่สวยงาม เพราะมองเห็นหุบเขาเบื้องล่างได้กว้างไกล
  • ภูนางหงษ์ มีหินธรรมชาติเป็นรูปคล้ายหงษ์ขนาดใหญ่อยู่กลางลานหินกว้าง และมีก้อนหินขนาดใหญ่วางทับกันเป็นรูปร่างและสีต่าง ๆ กัน
  • ภูมโนรมย์ เป็นภูเขาอยู่ทางทิศใต้ของตัวเมืองมุกดาหาร บนยอดเขาจะมีศาลาที่พักและรอยพระพุทธบาทจำลองลึก 1 เมตร เมื่อมองจากยอดเขาจะเห็นทิวทัศน์อันสวยงามของเมืองมุกดาหาร แม่น้ำโขง และแขวงสะหวันนะเขต ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
  • ภูหลังเส เป็นการเล่าสืบต่อกันมาแต่โบราณว่า มีหลักทองคำตั้งอยู่บนกลางเนินเขานี้ แล้วต่อมาหายไป ภาษาท้องถิ่นเรียกว่า “เสาเส” (ภาษาภูไท แปลว่า เสาหาย) ต่อมาจึงเรียกเป็น ภูหลักเส มีจุดเด่นคือ ป่าแคระและเป็นสถานที่ชมทิวทัศน์
  • ลำห้วยและแหล่งน้ำซับ ป่าอุทยานแห่งชาติ เป็นแหล่งกำเนิดต้นน้ำลำธารหลายสาย เช่น ห้วยตาเหลือ ห้วยลิง ห้วยสายพาน ห้วยเรือ เป็นต้น และโดยเฉพาะบริเวณภูถ้ำพระ มีแหล่งน้ำซับซึ่งมีน้ำไหลตลอดปีและไหลมารวมกันจึงเกิดเป็นน้ำตกภูถ้ำพระ
  • น้ำตกวังเดือนห้า คำว่า “วัง” ในที่นี้ภาษาอิสานใช้เรียกกับแหล่งน้ำที่มีลักษณะเป็นแอ่งน้ำขังเป็นเวิ้งวัง เป็นน้ำตกขนาดเล็กเกิดจากสายธาร ที่ไหลผ่านลานหินมุจลินท์ ภายในน้ำตกประกอบไปด้วยแอ่งหิน หุบหิน โขดหิน นักท่องเที่ยวนิยมไปชมทัศนียภาพและเล่นน้ำตกในฤดูแล้ง จะมีบ่อน้ำซับไหลหล่อเลี้ยงพืชพันธุ์และสัตว์ป่า
  • ถ้ำฝ่ามือแดง เป็นเพิงหินกว้าง 3 เมตร ยาว 60 เมตร มีรูปรอยฝ่ามือสีแดงติดผนังถ้ำ ซึ่งมีลักษณะเป็นการจุ่มสีแล้วทาลงไปบนผนังหิน 2 มือ และอีก 4 มือ เป็นร่องรอยการวางมือทาบบนผนังหินแล้วใช้สีทับ เป็นร่องรอยการสื่อความหมายของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์อายุประมาณ 3,000 ปี ถ้ำฝ่ามือแดงอยู่บริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ มห.1 (ห้วยสิงห์) ทางเข้าอยู่ริมทางหลวงจังหวัดหมายเลข 2034 ประมาณกิโลเมตรที่ 8-9 การไปชมถ้ำควรมีเจ้าหน้าที่นำทาง เพราะเป็นเส้นทางเดินป่าใช้เวลาประมาณชั่วโมงครึ่ง
  • ภูถ้ำพระ มีน้ำตกถ้ำพระและเป็นแหล่งน้ำซับตลอดปี บริเวณน้ำตกจะมีเพิงหินคล้ายถ้ำ ภายในถ้ำมีพระพุทธรูปขนาดหน้าตักกว้าง 3 ฟุต สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2515 และพระพุทธรูปไม้หลายร้อยองค์ และรูปปั้นสัตว์ต่างๆ บนลานหินมีหินรูปร่างต่างๆ ซึ่งเกิดจากการกัดเซาะของน้ำฝนแปลกและสวยงาม อยู่ห่างจากผาอูฐ ประมาณ 600 เมตร เป็นทางเดินลงหุบแล้วขึ้นภูที่ชันพอสมควร

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here